การเปิดร้านกาแฟ VS การตกปลา

เปิดร้านกาแฟ ก็เหมือนกับ การหาความสุขจากการไปตกปลา
คือ เราไม่สามารถบังคับให้ปลากินเหยื่อได้ฉันใด เราก็ไม่สามารถบังคับให้คนเข้าร้านกาแฟเราได้ฉันนั้น
ดังนั้นจะตกปลาเราต้องไปอยู่ในที่ที่มีปลาก่อน และเราจึงจะมีโอกาสได้ปลาครับ อยากจะได้ปลาอะไรก็ต้อง
รู้จักธรรมชาติปลานั้นก่อน ว่าเป็นปลาที่ว่ายอยู่ลึก ตื้นแค่ไหน ชอบกินอาหารอะไร เราอยากได้ลูกค้าประเภทไหน

ก็ต้องเลือกทำเล ที่มีคนประเภทนั้นอยู่ เช่น อยากขายชาวต่างชาติ นักท่องเที่ยว นักเรียน นักศึกษา ผู้บริหาร ข้าราชการ
หรือพนักงานออฟฟิศ ฯลฯ ก็ล้วนแต่ต้องเข้าใจพฤติกรรมการใช้จ่ายเงินก่อนว่าเป็นอย่างไร ยอมจ่ายแพงกับคุณภาพ หรือ
ใจละลายเมื่อเห็นป้าย Sale (อ่อนไหวต่อราคา) Lifestyle. การใช้ชีวิต เดินห้างแบบไหน เดินทางอย่างไร ทานอาหารอะไร
ที่ไหน ช่วงต้นเดือน-ปลายเดือน การจับจ่าย เป็นงัย สนใจแฟชั่นแบบไหน ฯลฯ ยิ่งเรารู้จักเข้าใจปลาของเรามากเท่าใด
เรายิ่งสนุกและเพลิดเพลินกับการตกปลามากขึ้นเท่านั้น

การตกปลาเป็นงานอดิเรก จะนั่งตรงนี้ทั้งวันแล้วได้ปลาก็เป็นความสุข และความสนุกอยู่ในตัว แต่แม้นไม่ได้ปลาซักตัวก็
ไม่เป็นไรถือเป็นการมาพักผ่อน เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ค่อยหาที่ใหม่ก็ได้ แต่การเปิดร้านกาแฟต้องมองให้เป็นธุรกิจ ลงทุนทำร้าน
ครั้งหนึ่งแล้วขายไม่ดี จะย้ายไปย้ายมาไม่ใช่เรื่องง่ายๆ จึงควรจะประเมินออกมาเป็นตัวเลขบวกลบคูณหารให้เสร็จ จะลง
ทุนเท่าไหร่ ไปเปิดร้านที่ไหน ตรงนั้นมีลูกค้าคาดหวังของเราเยอะไหม ค่าเช่าคุ้มค่าการลงทุนขนาดไหม กี่ปีคืนทุน มีคู่
แข่งมากน้อยขนาดไหน ความสามารถเราเป็นงัย มีความเชี่ยนวชาญ ความพร้อมแค่ไหน และสุดท้ายความสำคัญของ
เรื่องนี้อยู่การให้ครับ การให้ใจสำคัญที่สุด จิตใจ ความห่วงใย ความสุขจากรอยยิ้ม แววตาที่ชื่นชมยินดี ในรสชาติกาแฟ
อร่อยๆ  สมกับค่าเงินที่จ่าย การเสียเวลามายืนต่อคิว คำแนะนำดี มากมายหลายอย่างบางครั้ง ถ้าเรามองกลับมาเป็น
ลูกค้าบางอย่างที่ขาดหายก็สามารถเติมเต็มซึ่งกันและกันได้ครับ ความสุขของลูกค้าคือความสำเร็จของเราเสมอครับ

บาร์ริโอ้ คอฟฟี่ ความสุข…มาก่อนกำไร 🙂

 

——————————————————————————-

*****เรียนกาแฟกับ barriocoffee.com*****

Comments

comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *